top of page

ยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด มีวิธีไหนบ้าง? เลือกอย่างไรให้เหมาะกับปัญหาผิว

6 วันที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที

เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนเริ่มสังเกตว่าแก้มดูหย่อนลง กรอบหน้าไม่ชัดเหมือนเดิม หรือร่องแก้มลึกขึ้น แม้น้ำหนักตัวจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก จึงเริ่มมองหาวิธียกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่เมื่อค้นหาข้อมูลกลับพบเทคโนโลยีหลายประเภท ทั้ง HIFU, Ultraformer, Oligio และ RF ทำให้เกิดคำถามว่าควรเลือกวิธีไหนดี


การยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดสามารถช่วยปรับความกระชับของผิวและรูปลักษณ์ของใบหน้าได้ในบางกรณี โดยมีทั้งเทคโนโลยีคลื่นอัลตราซาวนด์ (Ultrasound), คลื่นวิทยุ (Radiofrequency: RF), การฉีดสารเติมเต็ม และหัตถการอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม วิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับว่าปัญหาเกิดจากความหย่อนคล้อยของผิว การสูญเสียปริมาตรใบหน้า ไขมัน หรือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้า


Non-Surgical Face Lifting: HIFU, RF & Treatment Options
Non-Surgical Face Lifting: HIFU, RF & Treatment Options

หน้าเริ่มหย่อนคล้อย สังเกตจากอะไรได้บ้าง?


ความหย่อนคล้อยของใบหน้าไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทุกบริเวณ และแต่ละคนอาจมีลักษณะแตกต่างกัน โดยอาการที่พบได้ เช่น


  • แก้มหย่อนคล้อย: บริเวณแก้มส่วนล่างเริ่มเคลื่อนตัวลง ทำให้ใบหน้าดูหนักบริเวณด้านล่าง

  • กรอบหน้าไม่ชัด: แนวกรามที่เคยเห็นชัดเริ่มไม่คม โดยเฉพาะบริเวณข้างมุมปากและใต้คาง

  • ร่องแก้มลึกขึ้น: อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของไขมัน เนื้อเยื่อ และโครงสร้างใบหน้าร่วมกัน

  • ผิวขาดความกระชับ: ผิวดูไม่แน่นเหมือนเดิม มีริ้วรอยหรือความหย่อนคล้อยเพิ่มขึ้น


ทำไมอายุมากขึ้นแล้วรูปหน้าเปลี่ยน?


เมื่ออายุมากขึ้น การสร้างและซ่อมแซมคอลลาเจนของผิวเปลี่ยนแปลงไป ขณะเดียวกันไขมันบนใบหน้า เอ็นยึดพยุงเนื้อเยื่อ และโครงสร้างกระดูกก็อาจเปลี่ยนไปตามวัย


การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้บางคนมีผิวหย่อนคล้อยเด่นชัด ขณะที่บางคนมีแก้มตอบ ขมับยุบ หรือร่องลึกจากการสูญเสียปริมาตรมากกว่า ดังนั้นใบหน้าที่ดูหย่อนคล้อยจึงไม่ได้หมายความว่าจำเป็นต้องใช้เครื่องยกกระชับเสมอไป แต่ควรประเมินก่อนว่าปัญหาหลักเกิดจากส่วนใด


ยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด มีวิธีไหนบ้าง?


ปัจจุบันมีทางเลือกหลายประเภท โดยแต่ละวิธีมีหลักการทำงานและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน


1. HIFU และ MMFU: ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์แบบโฟกัส


HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ส่งพลังงานไปยังเนื้อเยื่อเป้าหมาย เพื่อสร้างผลทางความร้อนอย่างควบคุมและกระตุ้นการปรับโครงสร้างคอลลาเจน


MMFU (Microfocused Ultrasound) เป็นคำเรียกเทคโนโลยีอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสที่มุ่งสร้างจุดพลังงานขนาดเล็กในเนื้อเยื่อ โดยรายละเอียดการส่งพลังงานและการควบคุมแตกต่างกันตามเครื่องมือ


เทคโนโลยีกลุ่มนี้อาจเหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น บริเวณแก้มส่วนล่าง กรอบหน้า และใต้คาง ขึ้นอยู่กับข้อบ่งใช้ของเครื่องและการประเมินของแพทย์


ที่ STC Clinic มีบริการ HIFU Ultra Max 7D และ Ultraformer III ซึ่งเป็นทางเลือกในกลุ่มอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสสำหรับการดูแลความหย่อนคล้อยของใบหน้า โดยต้องประเมินบริเวณและพลังงานให้เหมาะสม


ทั้งสองเทคโนโลยีใช้หลักการเกี่ยวกับพลังงานอัลตราซาวนด์ แต่ไม่ควรตัดสินประสิทธิภาพจากชื่อเครื่อง จำนวน Lines หรือ Shots เพียงอย่างเดียว เพราะยังขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของเครื่อง หัวยิง พลังงาน และการวางแผนรักษา


2. Radiofrequency (RF) ใช้คลื่นวิทยุเพื่อเพิ่มความกระชับของผิว


RF เป็นเทคโนโลยีที่ส่งพลังงานคลื่นวิทยุเพื่อสร้างความร้อนภายในเนื้อเยื่อ โดยมีเป้าหมายช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนและกระตุ้นกระบวนการปรับโครงสร้างผิวตามมา


RF มีหลายประเภท ทั้งชนิดที่ส่งพลังงานจากผิวภายนอกและชนิดที่ใช้เข็ม ซึ่งมีข้อบ่งใช้ วิธีรักษา และความเสี่ยงต่างกัน สำหรับ Oligio X ที่ STC Clinic เป็นเทคโนโลยี Monopolar RF ชนิดไม่ใช้เข็มที่เน้นดูแลความกระชับของผิวและเนื้อเยื่อตามข้อบ่งใช้


ผู้ที่มีปัญหาผิวเริ่มขาดความแน่นหรือมีความหย่อนคล้อยบางลักษณะอาจได้รับประโยชน์จาก RF แต่การเลือกใช้ต้องดูระดับความหย่อนคล้อยและลักษณะใบหน้าร่วมด้วย


3. การฉีดสารเติมเต็ม: เหมาะกับปัญหาที่เกิดจากการสูญเสียปริมาตร


บางครั้งใบหน้าที่ดูหย่อนคล้อยอาจมีสาเหตุสำคัญจากการสูญเสียปริมาตร เช่น บริเวณแก้ม ขมับ หรือส่วนอื่นของใบหน้า ในกรณีนี้แพทย์อาจพิจารณาการฉีด Hyaluronic Acid Filler เพื่อช่วยคืนปริมาตรหรือปรับสัดส่วนในจุดที่เหมาะสม


อย่างไรก็ตาม Filler ไม่ใช่การยกกระชับผิวโดยตรง และไม่ควรใช้แก้ความหย่อนคล้อยทุกประเภท การฉีดมีความเสี่ยงเฉพาะ เช่น การอุดตันของหลอดเลือด จึงต้องทำโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคและการจัดการภาวะแทรกซ้อน


4. การร้อยไหมและทางเลือกอื่น


การร้อยไหมเป็นหัตถการที่ใช้ไหมทางการแพทย์เพื่อช่วยพยุงหรือยกเนื้อเยื่อบางส่วน เหมาะกับบางรายที่แพทย์ประเมินแล้วว่ามีข้อบ่งใช้ วิธีนี้มีการสอดไหมเข้าสู่เนื้อเยื่อ จึงไม่ใช่การรักษาแบบไม่รุกล้ำเหมือนการส่งพลังงานผ่านผิวหนัง และมีความเสี่ยง เช่น การติดเชื้อ ผิวบุ๋ม ความไม่สมมาตร หรือการเคลื่อนของไหม


การเลือกหัตถการควรพิจารณาทั้งผลที่ต้องการ ระยะพักฟื้น ความเสี่ยง และความเหมาะสมของสภาพใบหน้า


HIFU, Ultraformer III และ Oligio X ต่างกันอย่างไร?


แม้ทั้งสามเทคโนโลยีจะเกี่ยวข้องกับการดูแลความกระชับของใบหน้า แต่ไม่ได้มีหลักการส่งพลังงานเหมือนกัน



  • HIFU Ultra Max 7D: ใช้อัลตราซาวนด์แบบโฟกัสเพื่อส่งพลังงานไปยังเนื้อเยื่อเป้าหมาย โดยต้องพิจารณาความหย่อนคล้อย บริเวณรักษา และการตั้งค่าพลังงาน

  • Ultraformer III: ใช้อัลตราซาวนด์แบบโฟกัสเพื่อสร้างผลทางความร้อนในระดับเนื้อเยื่อที่กำหนด โดยให้ความสำคัญกับลักษณะความหย่อนคล้อย ความลึก และแผนการรักษา

  • Oligio X: ใช้พลังงาน Monopolar RF เพื่อสร้างความร้อนในเนื้อเยื่อ โดยพิจารณาความกระชับของผิว ลักษณะเนื้อเยื่อ และข้อบ่งใช้


การเลือก HIFU หรือ RF ไม่ใช่เพียงการตัดสินว่าเทคโนโลยีใดส่งพลังงานได้ลึกกว่า เพราะยังมีความแตกต่างด้านรูปแบบการกระจายความร้อน การตอบสนองของเนื้อเยื่อ และความเหมาะสมของคนไข้แต่ละราย


สามารถทำ Ultrasound และ RF ร่วมกันได้หรือไม่?


ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาการใช้พลังงานทั้งสองประเภทเพื่อดูแลเนื้อเยื่อที่มีปัญหาต่างกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องทำสองเทคโนโลยีพร้อมกัน


ที่ STC Clinic มีโปรแกรม UltraGio X ซึ่งผสาน Ultraformer III และ Oligio X โดยความเหมาะสม ลำดับการรักษา และช่วงเวลาระหว่างหัตถการต้องผ่านการประเมินเป็นรายบุคคล


ปัญหาใบหน้าแบบไหน ควรพิจารณาวิธีใด?


การเลือกวิธีรักษาควรเริ่มจากการประเมินปัญหาหลักมากกว่าการเริ่มจากชื่อเครื่องมือ


  • ผิวเริ่มขาดความแน่น หย่อนคล้อยเล็กน้อย: อาจพิจารณา RF หรือ Ultrasound ตามความเหมาะสม

  • แก้มหย่อน กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด: ประเมิน HIFU/MMFU, RF หรือแนวทางอื่นตามโครงสร้างใบหน้า

  • ร่องแก้มลึกจากการสูญเสียปริมาตร: ประเมินโครงสร้างและการเติมปริมาตรอย่างเหมาะสม

  • ใต้คางดูเต็มหรือมีเหนียง: แยกไขมันสะสมออกจากผิวหย่อนคล้อยก่อนเลือกวิธี

  • ผิวและเนื้อเยื่อหย่อนคล้อยมาก: อาจต้องปรึกษาศัลยแพทย์เกี่ยวกับทางเลือกการผ่าตัด


แนวทางเหล่านี้ไม่สามารถใช้แทนการตรวจประเมินได้ เนื่องจากคนไข้หนึ่งคนอาจมีหลายสาเหตุเกิดร่วมกัน


ยกกระชับหน้าแบบไม่ผ่าตัด เห็นผลเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน?


เทคโนโลยีที่กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนโดยทั่วไปไม่ได้ให้ผลลัพธ์สุดท้ายทันทีหลังทำ บางคนอาจสังเกตความกระชับได้ในระยะแรก แต่ผลที่เกิดจากการปรับโครงสร้างคอลลาเจนมักค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน


การประเมินผลของ Ultrasound และ RF อาจต้องติดตามในช่วงประมาณ 2–6 เดือน ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี แผนการรักษา และสภาพผิว ส่วนระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่แตกต่างกันตามอายุ สภาพผิว น้ำหนักตัว พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการเปลี่ยนแปลงตามวัย จึงไม่ควรรับประกันผลเหมือนกันทุกคน


ใครบ้างที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกหัตถการ?


ก่อนเข้ารับการรักษา แพทย์ควรประเมินสภาพผิวและซักประวัติสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้


  • มีความหย่อนคล้อยมากหรือคาดหวังผลใกล้เคียงการผ่าตัดดึงหน้า

  • อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือมีข้อจำกัดด้านสุขภาพที่อาจส่งผลต่อการรักษา

  • มีแผล การติดเชื้อ หรือการอักเสบในบริเวณที่จะทำหัตถการ

  • มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกายหรือโลหะฝังในบริเวณที่เกี่ยวข้อง

  • เคยทำ Filler ร้อยไหม ศัลยกรรมใบหน้า หรือหัตถการพลังงานอื่นมาก่อน


สำหรับผู้ที่มีใบหน้าค่อนข้างตอบหรือมีไขมันใต้ผิวน้อย ควรประเมินอย่างระมัดระวัง หัตถการพลังงานอาจทำให้ปวด บวม แดง หรือกดเจ็บชั่วคราว และแม้พบได้น้อยก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลไหม้หรือการบาดเจ็บของเส้นประสาทได้


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยกกระชับหน้า (FAQ)


ยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดได้ผลจริงไหม?


สามารถช่วยปรับความกระชับของผิวและลดลักษณะความหย่อนคล้อยบางระดับได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีความหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ผลลัพธ์ไม่เทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้า


HIFU กับ Oligio X ต่างกันอย่างไร?


HIFU ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์แบบโฟกัส ส่วน Oligio X ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) โดยรูปแบบการส่งพลังงานและข้อบ่งใช้แตกต่างกัน


อายุ 30 ปี เริ่มทำ HIFU ได้หรือยัง?


อายุไม่ใช่ตัวกำหนดเพียงอย่างเดียว ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยและมีข้อบ่งใช้อาจพิจารณาได้ แต่หากยังไม่มีปัญหาชัดเจนก็ไม่จำเป็นต้องรีบทำเพียงเพราะถึงช่วงอายุหนึ่ง


ทำเครื่องยกกระชับแล้วหน้าเล็กลงจริงไหม?


ในบางคนการปรับความกระชับและแนวกรอบหน้าอาจทำให้ใบหน้าดูได้รูปมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเครื่องทุกชนิดทำให้ไขมันลดลงหรือใบหน้าเล็กลงเสมอไป


ยกกระชับหน้าแบบไม่ผ่าตัดต้องทำกี่ครั้ง?


จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับชนิดเทคโนโลยี สภาพผิว และการตอบสนองต่อการรักษา จึงควรประเมินเป็นรายบุคคล


สามารถทำ HIFU และ RF ร่วมกันได้ไหม?


อาจพิจารณาได้ในบางรายเมื่อมีเหตุผลทางการรักษาที่เหมาะสม แต่ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน แพทย์ต้องพิจารณาปริมาณพลังงานและแผนหัตถการร่วมกัน


ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินการยกกระชับหน้าที่ STC Clinic


หากเริ่มสังเกตว่าแก้มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด หรือใบหน้าดูเปลี่ยนไป แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือก HIFU, Ultraformer III หรือ Oligio X สามารถปรึกษา STC Clinic เพื่อประเมินสาเหตุของปัญหาและพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมได้


สอบถามข้อมูลและนัดหมายผ่านช่องทาง LINE Official Account ของ STC Clinic หรือเว็บไซต์ https://www.stcstemcell.com/


เอกสารอ้างอิง

American Academy of Dermatology Association. Many ways to firm sagging skin. https://www.aad.org/public/cosmetic/younger-looking/firm-sagging-skin

American Society of Plastic Surgeons. What is a nonsurgical facelift? https://www.plasticsurgery.org/news/blog/what-is-a-nonsurgical-facelift

American Society of Plastic Surgeons. Thread Lift. https://www.plasticsurgery.org/cosmetic-procedures/thread-lift

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคลได้


 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page